คำเตือน : สปอยล์แหลกลาญ
Angels & Demons :: เทวา กับ ซาตาน
Credit Pic : nangdee.com
เฮ้อ...กว่าจะสอบเสร็จกว่าจะได้ดูเรื่องนี้ ดูจบกำลังพีคจะร่ายให้ยาวซะหน่อยดันต้องมานั่งตบตีกับเน็ตอยู่สองวัน งื่ออออ ขัดใจๆๆๆๆๆๆๆ ใครมันดึงสัญญาณเน็ต ขอแช่งให้แม่มเครื่องเจ๊ง!!
มาเข้าประเด็นกันดีก่ะ..
สอบเสร็จก็ไปดูเรื่องนี้มาสมใจอยากค่ะ ในฐานะคนดูหนังที่ไม่ได้เตรียมข้อมูลก่อนดูเลยซักอย่าง หนังสือก็ไม่ได้อ่าน เรื่องย่อก็ไม่เคยอ่าน หมายมั่นแค่ว่าจะไปดู ทอม แฮงค์ส แค่นั้นแหล่ะ ฮ่าๆ โดยรวมแล้วชอบมากกกกกกกเลยล่ะค่ะ ได้ใจไปเต็มๆเลย
ตัวเรื่องดำเนินเรื่องได้ตื่นเต้นมาก เร้าใจอ่ะ ถึงแม้เราจะมึนๆงงๆกับภาษา อ่านทันบ้างไม่ทันบ้าง (ส่วนใหญ่จะเบลอๆอ่านไม่ทันช่วงพี่ท่านร่ายภาษาอิตาลีมาเป็นชุด) แต่ปมที่ให้ติดตามตัวละครไปทีละก้าวมันตื่นเต้นมากค่ะ ดูแล้วลุ้นว่าจะช่วยพระคาดินัลได้ไหม ฉากสุดช็อคคือพระคาดินัลที่ถูกขึงแล้วเผาทั้งเป็น ฉากนั้นทำให้รู้สึกสุดๆมากกับความเหี้ยมโหดของฆาตกร แล้วก็ลุ้นมากๆด้วยทั้งที่พอจะเดาได้ว่าคนสุดท้ายต้องช่วยไว้ได้(ตามประสาหนัง) แต่เราก็ลุ้นอ่ะ ลุ้นจนเหนื่อย (แต่ในหนังสือไม่รอดนิ่ใช่มะ)
โรเบิร์ต แลงดอน (ทอม แฮงค์ส) เล่นได้ดูหนุ่มกว่าตัวจริงมากนัก เพ้อ..(เพ้อเจ้อน่ะสิ) 55 จริงๆนะ ถึงหุ่นจะไม่เฟิร์มอย่างสมัยก่อนแต่ก็หล่อจริงๆ ตีบทแตกด้วยเหอะ เหมือนเครื่องคอมฯเคลื่อนที่ที่บรรจุเรื่องราวประวัติศาสตร์ของศาสนจักรไว้เต็มไปหมด ท่องมาได้เป็นฉากๆ บทพี่แกอัจฉริยะจริงๆนะคะ แต่หล่อค่ะฟันธง! (เกี่ยว?) 555 ชอบตัวละครนี้ตรงที่ไม่ศรัทธาในศาสนาแต่ก็ช่วยเต็มที่ อย่างกับฮีโร่เนอะ ฮี่ๆ
วิคตอเรีย เวตรา ตอนแรกทำเอางงว่า ชีเป็นใครวะ? ภาษาอิตาลีมาเป็นชุด รู้สึกว่าโชคดีที่ชีพูดอังกฤษได้ด้วย ไม่งั้นคงเบลอหนักทั้งเรื่อง ฮ่าๆ แต่คุณนักวิทยาศาสตร์สวยมากค่ะ ยิ่งตอนท้ายที่ใส่ชุดดำในงานพิธี มีเนตคลุมผม งามเริ่ดดดด ชอบความถึกของตัวละครอ่ะ วิ่งไปทั่วเมืองพร้อมศาสตราจารย์แลงดอนได้ แถมยังโหดฉีกบันทึกในหอจดหมายเหตุอีก โอววว...มันสะใจตรงนั้นล่ะค่ะ
แต่ที่เพ้อสุดๆ
คุณพ่อแพทริค หรือ คาเมอร์เลงโก (จริงๆจะอ่านออกเสียงยังไงเราไม่รู้ ขอพิมพ์ตามซับที่ขึ้นในหนังเลยแล้วกันค่ะ) คุณพ่อหล่อมาก (เฮ่ย) จริงๆนะ ฮ่าๆ คือว่าคุณพ่อหล่อแล้วยังดูสุภาพ เป็นผู้ดีได้เนียนสุดๆเลยล่ะค่ะ ตอนแรกที่ดูเนี่ยเรารู้สึกว่าหนังมันต้องจบแบบหักมุม ตามประสาคนอ่านนิยายเยอะ เพ้อฝันไปไกล ก็เดาว่าตัวละครนี้แหล่ะค่ะที่เป็นตัวบงการ เออแล้วมันก็ใช่เนอะ เหอๆ ก็จะหักมุมได้ที่สุดก็ต้องเป็นคนที่ดูเป็นคนดีมากๆแล้วก็ต้องเด่น ได้เอี่ยวกับพระเอกตลอดใช่มั้ยล่ะคะ จะมีใครล่ะคะนอกจากคาเมอร์เลงโกท่านนี้
ด้วยความที่ปักใจเชื่อไปแล้วว่าคุณพ่อเป็นตัวร้าย แต่รู้มั้ยคุณยวนตีบทคุณพ่อผู้ใจบุญได้อย่างแนบเนียนสุดๆเลยค่ะ จนเราแอบเชียร์ว่า..จบพลิกให้กรูอีกที ขอให้เป็นคนดีทีเถ๊อะ (เพี้ยงๆๆๆ) 555 อารมณ์ดูไปภาวนาไป แต่พอนักฆ่ารับจ้างบอกกับศาสตราจารย์ว่าให้ระวังเพราะ อิลลูมินาติเป็นคนของพระเจ้า (อะไรประมาณนี้) เราก็หมดหวังละ โหย..อุตส่าห์จะเชียร์ให้เป็นคนดีซะหน่อย ก็คุณพ่อเล่นตีบทแตกขนาดนั้น แต่ตอนที่บุกเข้าไปช่วยคุณพ่อแพทริคในห้องเรารู้สึกว่า ไม่เนี๊ยนไม่เนียน ทำไมไม่มีใครเอะใจบ้าง (อ้าว ก็บทเค้าเขียนมาอย่างงั้น) คนดูล่ะโคตรเอะใจเลยค่ะ 555
แล้วยิ่งตอนที่คุณพ่อพาระเบิดขึ้นเฮลิฯบินขึ้นไป โหย...คนดีมากๆอ่ะ ถึงจะรู้ว่าบทมันต้องไม่ใช่แต่เราก็ยังอยากให้เป็นคนดีนะคะ เพราะเล่นเนียนจริงๆ(ฮา) ตอนที่รอดมาได้นี่อารมณ์แบบ..ได้เป็นพระสันตะปาปาแน่ๆ 55 ประมาณนั้น สรุปว่าจุดจบของคุณพ่อก็ไม่สวยนักเพราะความดันแตกเสียก่อน เผาตัวเองตายซะงั้น ไม่สมกับความชั่วที่ทำมาเลยอ่ะ แต่โดยรวมแล้วเราชอบตัวละครนี้มากที่สุดเลยค่ะ เอาเป็นว่าเป็นตัวร้ายที่เราคอยจะเชียร์ให้เป็นคนดีอยู่ตลอด (ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะมันเชื่อไปแต่แรกแล้วว่าร้ายแน่ หลอกตัวเองมาก เหอๆ)
สิ่งสำคัญของเรื่องนี้ที่ทำให้ชอบมากคือ ฉากและซาวด์ประกอบ โหย...สุดยอดจะอลังการ รู้สึกว่าได้ไปทัวร์นครรัฐวาติกันในหนังล่ะค่ะ ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก ด้วยความที่เราไม่ใช่คนที่นับถือคริสต์ (จริงๆจะว่าเราเป็นอย่างศาสตราจารย์แลงดอนก็ว่าได้คือไม่นับถือศาสนาไหน) เราก็ได้เห็นพิธีการ กฏระเบียบต่างๆของวาติกัน ส่วนพวกศิลปะเราก็เคยได้ศึกษามาบ้างเพราะแอบชอบศิลปะเก่าของยุโรป แต่ยิ่งได้เห็นมุมของหนังที่ทั้งถ่ายจากสถานที่จริงบ้าง ทั้งกราฟฟิกบ้าง แต่ออกมาสวยจับใจจริงๆค่ะ คนสมัยก่อนเค้าคิดอะไรแบบนี้ได้ยังไงเนอะ งามวิจิตรแบบหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ
ฉากนึงที่ทำให้ขนลุกคือ..ตอนที่มีการตกลงเลือกพระสันตะปาปาได้แล้วจุดควันสีขาวน่ะค่ะ ประชาชนที่รออยู่ที่จัตรัสต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ เป็นอะไรที่ประทับใจมากค่ะ รู้สึกว่าหลังจากที่แตกแยกกันมาทั้งคืน ทุกคนก็กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง พร้อมที่จะเคารพรักพระสันตะปาปาองค์ใหม่ เป็นความรู้สึกที่ว่าทุกคนมีศูนย์รวมจิตใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทำให้เกิดสามัคคีและพลังน่ะค่ะ พลังของชาวคริสต์นิกายคาทอลิกที่มีต่อองค์พระสันตะปาปาและศาสนจักร ยิ่งใหญ่มากทีเดียวค่ะ ประทับใจ (ยิ้ม)
หนังแต่ละเรื่องก็ให้ความรู้ใหม่ๆต่างกันไป เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ดูแล้วเราได้รู้อะไรใหม่ๆเยอะแยะ อย่างเช่นเรื่องขององครักษ์สวิส พิธีการต่างๆของศาสนจักร และความสวยงามของศิลปะต่างๆที่ยังไม่เคยเห็น แล้วยังให้ข้อคิดอีกเยอะแยะ ถึงชื่อเรื่องจะเป็นอย่างนี้แต่ไม่ใช่การปลุกปีศาจตามตำนานใดๆเลย แต่หมายถึงเทวากับซาตานในจิตใจของมนุษย์เรานี่แหล่ะค่ะ ชอบที่พระคาดินัลซักคนในเรื่องพูดว่า "ศาสนายังบกพร่อง เพราะคนบกพร่อง" นั่นแหล่ะค่ะใช่เลย จะดีจะเลวก็เพราะคนทั้งนั้น ไม่ต้องโทษเทวดาฟ้าดิน
อ้อ แล้วหนังยังช่วยเตือนความจำด้วยนะคะ เพราะมาดูเรื่องนี้แล้วก็พึ่งจะจำได้ว่าเมื่อก่อนเคยอ่านเรื่องห้องทดลองวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ (CERN) แหม...เหมือนได้ระลึกความทรงจำ 555
คะแนนเต็ม 10 ให้ไปเลย 9 คะแนนค่ะ (เว้นไว้ 1 คะแนนตรงส่วนที่ขัดใจบางประการ)
ส่วนที่ขัดใจคือ
หนึ่ง...ทำไมนักฆ่าถึงเป็นนักฆ่ารับจ้าง ถ้านักฆ่าคนนั้นเป็นคนของอิลลูมินาติจริงๆมันจะเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก เพราะวิธีฆ่าพระคาดินัลแต่ละวิธีมันโหดร้ายมากเลยนะคะ ถ้าไม่ได้มีความแค้นด้วยอะไรจะใส่ความแค้นลงในวิธีฆ่าได้ขนาดนั้น แต่ละวิธีเหมือนคิดขึ้นมาเพื่อให้ทั่วทั้งศาสนจักรได้หลอนกันเลยทีเดียว แต่นี่พี่ท่านทำเพราะเงิน..งืมๆ ดูขัดใจยังไงไม่รู้ อยากให้มันแรงกว่านี้ (น่าน)
สอง...คาเมอร์เลงโก ตายแบบง่ายเกินไปน่ะค่ะ ยังไงดี คือแค่โดนสายตาประนามหยามเหยียดเหมือนขับไล่ โดนองครักษ์สวิสตามจับ แค่นั้นก็จุดไฟเผาตัวเองตาย เอ่อ...ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นชั่วมาตั้งเยอะแยะนะคะ หวังจะเป็นพระสันตะปาปาเสียเองถึงกับกุเรื่องฆ่าพระคาดินัล แล้วทำให้ตัวเองเป็นฮีโร่ของชาวประชา ชั่วขนาดนั้นทำไมถึงยอมตายง่ายๆล่ะคะ ด้วยวิธีจุดไฟเผาตัวเองตายมันค่อนข้างรุนแรงไม่สมกับแรงจูงใจน่ะค่ะ เลยรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลไปหน่อย
พอดูหนังจบกลับมาค้นเรื่องหนังสือบ้าง ได้อ่านคำวิจารณ์เยอะๆเข้าก็พอจับประเด็นได้ว่า คนคิดเหมือนเราก็หลายคนอยู่ อีกทั้งหนังสือก็มีเหตุที่สมเหตุสมผลกว่านี้ด้วย เอาเป็นว่าถ้าจะให้ถกความเก่ามันอาจจะกินเวลาหนังไปอีกก็เป็นได้ แค่นี้ก็ยาวละ พอเข้าใจค่ะ แต่ก็ยังขัดใจ น่าจะใส่ประเด็นที่คุณพ่อแพทริคเป็นใครด้วยเน้อ...จะได้สมกับที่ต้องจุดไฟเผาตัวเองตายซะหน่อย เฮ่อออ...
แต่สนุกค่ะ เพราะเราไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน ไม่่ค้นข้อมูลก่อน ไปเอามันส์ล้วนๆ ก็สนุกกับหนังได้เต็มอิ่มจริงๆค่ะ ดีวีดีออกเมื่อไหร่จะไปสอยมาไว้ในครอบครองเพราะฉากสวยประทับใจมาก ชอบบบบบ..อิอิ รู้สึกเหมือนดูเนชันแนล เทรเชอร์ + คอนสแตนติน ฮ่าๆ ทั้งฉากสวยทั้งอิงประวัติศาสตร์ของศาสนา ดูแล้วเพ้อเหมือนโดนมนตร์ขลังค่ะ (ฮา)
ปล. เรายังไม่เคยดู เดอะ ดาวินชี โค้ด เลยนะ ก็รู้อ่ะว่าเรื่องนี้เป็นภาคต่อ แต่ว่าตอนที่ดาวินชีออกอ่ะ เราดูตัวอย่างแล้วเฉยๆนี่นา ไม่อยากดูเท่าไหร่ ผิดกับเรื่องนี้เห้นตัวอย่างครั้งเดียวแล้วอยากดูเลย เอาเป็นว่าจะไปหามาดูย้อนหลังละกัน (ยิ้ม)
ปล.(อีกที) วันนั้นโรงหนังเปิดแอร์เย็นมากทั้งๆที่นั่งดูกันอยู่ไม่กี่หัว เปิดซะอย่างกับแออัดดูเป็นร้อยคน ไม่รู้จักประหยัดช่วยชาติบ้างเลย เรานั่งดูหนังไปสั่นไป ผู้หญิงที่นั่งข้างๆเราหนักกว่า ถึงขั้นยกขาขึ้นมาขดนั่งพับเพียบทั้งๆที่กระโปรงสั้น จริงๆวันนั้นเราก็สั้นแต่หยิ่งค่ะ ไขว่ห้างขาแข็งกันไปข้างนึง 555 ดูหนังจบด้วยความเพลียเพราะนั่งเกร็งหนาวอยู่ตลอด แต่ก็อยากไปดูอีกรอบนะเออ ฮ่าๆๆๆ