บันทึกความทรงจำ 2011.11.08

posted on 20 Nov 2011 00:10 by masanino in Love

จริงๆอยากจะพิมพ์บันทึกไว้ตั้งแต่หลังจากกลับจากคอนฯแล้วแต่ว่าหมดแรงหลับไปซะก่อนได้แต่เขียนเตือนความจำไว้นิดหน่อย วันถัดมาก็เลยตั้งใจจะพิมพ์ไว้ แต่ยังไม่ทันได้บันทึกเลยจู่ๆเครื่องก็เดี้ยง ห่อเหี่ยวเลยชีวิตฉัน เซ็งอ่ะพิมพ์ไปตั้งเยอะ เลยเนี่ยกว่าจะขุดอารมณ์มาพิมพ์ใหม่ได้ก็ปาไปหลายวันแล้ว ลืมไปหมดละว่าวันนั้นไปพบไปเจออะไรมาบ้าง (ฮา) เอาเป็นว่า...เอาเท่าที่จำได้แล้วกันเนอะ

ขอเตือนก่อนว่าอิฉันเป็นคนเขียนบันทึกเขียนบล็อกด้วยสำนวนที่เวิ่นเว้อ ยืดเยื้อ เน้นน้ำไม่เน้นเนื้อ เพราะฉะนั้นถ้าขี้เกียจอ่านหรือรำคาญก็จงข้าม หรือไม่ก็เลิกอ่านไปเลย โอเค๊?! (ก็ดูสิแค่เกริ่นนำอินี่ก็ยาวเฟื้อยแล้ว-*-) และบันทึกนี้จะเต็มไปด้วยความรู้สึกส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง หากใครไม่นิยมอ่านความรู้สึกคนอื่นก็อย่าอ่านดีกว่า แล้วถ้าใครต้องการจะหาสาระเรื่องเพลงจากบันทึกนี้ขอบอกได้เลยว่าไม่มี! เป็นคนฟังเพลงธรรมดาๆ เล่นดนตรีไม่เป็น ไม่มีความรู้เรื่องดนตรี บอกได้แค่เพราะหรือไม่เพราะ เพราะฉะนั้นอย่าหาว่าไร้สาระนะคะ (เพราะมันไร้สาระจริงๆ ฮ่าๆ) เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วก็เล็ทสะโก้!!

 

แล้วจะเริ่มจากตรงไหนดี วันที่ 8 เดือน 11 ปี 2011 วันดีของแฟนชาวไทยเนอะ เรากับพี่ปินัดกันที่ CTW จะไปหาอะไรกินก่อนไปอิมแพค จัดไปกันคนละชุดใหญ่ (แอบเมาท์ พี่ปิสั่งเยอะมว๊ากกกก ลาภปากอิอุ้มจริงๆ อริ๊ๆ) ของเราสั่งสองอย่าง

ราเมงซุปกระดูกหมูสูตรเผ็ด

ข้าวปั้น

ตอนกำลังกินอยู่เพื่อนพี่ปิก็โทรมาบอกว่ารถเต็มแล้วนะ สักสี่โมงเย็นรถก็คงออก ทางนี้ก็โอเคกินต่ออย่างไม่แคร์สื่อ..ก็คนมันหิวเนอะ กินเสร็จก็ไปรอรถของบีอีซี แต่สอบถามดูแล้วกว่ารถจะวนมารับอีกรอบก็ใช้เวลาตั้งสองชั่วโมง กว่าจะไปถึงก็คงฉิวเฉียดเวลาประตูเปิดพอดี เลยตัดสินใจแท็กซี่โลด พอมาถึงตะวันก็กำลังจะลับขอบฟ้าพอดี ท้องฟ้าวันนั้นสวยมากเลย แอบแช๊ะรูปมาด้วยเล็กน้อย..

มองจากอิมแพค

อิฉันก็โทรหาแป๋มโบกมือหากันที่หน้าป้ายอิมแพค ยืนอยู่ป้ายเดียวกันแท้ๆแต่กว่าจะหากันเจอ (ขำ) ได้คุยกันนิดหน่อยอิฉันกับพี่ปิก็ไปต่อแถวซื้อของหน้าคอนฯกัน บอกตรงๆว่าของหน้าคอนฯไม่ถูกใจเลย อยากได้แค่หมวกแก๊ปแต่ก็ปรากฏว่ามันเกลี้ยงไปแล้ว ต่อแถวค่อนข้างนานพอใกล้ๆจะได้ซื้อก็เห็นว่ามันหมด แล้วจะเอาอะไรดี..ก็เลยตัดสินใจซื้อเสื้อยืดสีดำสกรีนเอ็กซ์เจแปนสีแดงไปเป็นของที่ระลึกกันคนละตัวกับพี่ปิ แล้วก็ไปหาน้ำกินนั่งรอประตูเปิด ตอนประตูเปิดนี่มีเรื่องน่าหงุดหงิดเล็กๆ ข้ามไป..

แถวยังมีอีกหลายขด (ฮา)

พอเข้าไปข้างในลุ้นกับที่นั่งตัวเองมากว่าไกลไหม จะมองเห็นไหม ที่นั่งตรงอารีน่าโซน X1 แถว P ที่นั่งที่16 เห็นแล้วถึงกับกรีดร้องงงง ตีห้าครึ่งของฉัน คุ้มนะเนี่ย กรี๊ดดดด ไม่ได้หน้าหรอก แต่ก็ไม่หลัง ที่อยู่ประมาณกลางๆอารีน่า สำหรับการไปรอคิวซื้อบัตรตอนตีห้าครึ่งนี่ก็ไม่เลวเนอะ^^

เข้ามาเร็วเลยรอนานหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไร จะมีปัญหาก็แต่เพลงที่เปิดให้ฟังตอนรอเนี่ย มันชวนหลับมากเลย เอิ๊กๆ บางเพลงฟังแล้วก็นั่งขำไม่รู้ทำไม รู้แต่ว่ายิ่งใกล้เวลาเท่าไหร่ยิ่งตื่นเต้น พยายามจะเก็บอารมณ์อยู่แต่สังเกตได้ว่าอิอุ้มพูดมากผิดปกติ หัวเราะคิกคักบ้าบออยู่คนเดียว แล้วก็นั่งคุยกับพี่ปิว่าตอนแรกอยากได้ฝั่งขวาแต่ฝั่งขวาเต็มเร็วมากตอนที่จองเลยได้ฝั่งซ้าย ไม่เป็นไรค่ะเราก็ถือโอกาสลวนลามพาตะซัง ฮีธซังด้วยสายตาไปพลางๆ อิฉันมีแซวว่ามาไทยทั้งทีอยากเอาเหล้าขาวไปให้อิชิสึกะเซนเซย์ อาจจะชอบก็ได้นะ (ฮา)

พอแฟนเข้ามาเยอะจนเกือบเต็มก็คิดในใจ...นี่กำลังน้ำท่วมอยู่จริงป่ะเนี่ย (หัวเราะ) พลังแฟนคลับนี่มันสุดยอดจริงๆ แต่ก็กังวลใจเหมือนกันเพราะระหว่างรอก็มีการร้อง We Are X กันเนืองๆ แต่เสียงไม่ดังเลย แอบกลัวว่าถึงเวลาจริงแล้วคุณๆจะนอยด์รึเปล่าถ้าเสียงดังแค่นี้ นี่คือกังวลที่หนึ่ง ส่วนกังวลต่อมาเหรอ สองสามแถวข้างหน้าอิฉัน เป็นผู้ชายร่างยักษ์ๆ มากันเป็นกลุ่ม เริ่มกังวลอีกว่าพอถึงเวลายืนคงจะเจอกำแพงมนุษย์แน่แท้ แถมกำแพงแต่ละคนยังถือกระบองไฟสีแดงอันควายๆคนละสองอันอีกต่างหาก โว๊ะ...แล้วงานนี้จะมองเห็นอะไรมั้ยเนี่ย

พอไฟในอิมแพคดับแล้วไฟบนเวทีก็สว่างขึ้นทุกคนก็ส่งเสียงกรี๊ดกันดังมาก ดนตรีเพลงอินโทรก็เริ่มขึ้น เป็นอินโทรเดิมที่ใช้ตั้งแต่เวิลด์ทัวร์วันแรกใช้ยันวันสุดท้ายเลยเพื่อความเท่าเทียม ฮ่าๆ แล้วสักพักคุณโยก็ขึ้นมายืนบนเก้าอี้หลังกลอง สิ่งมีชีวิตในฮอลล์ทั้งชะนีและที่ไม่ใช่ชะนีก็กรีดร้องกันป่าแตก (อิอุ้มก็ด้วย) ไอ้ที่กังวลไว้ว่าเสียงกรี๊ดจะไม่ดังนี่หายห่วงไปทันทีเลย เพราะเสียงกรีดร้องในฮอลล์มันดังจนขนลุกมากกก แล้วสป็อตไลท์ก็ส่องไปหาคุณโย โห๊ยยยยยย ปู้จายวัยสี่สิบห้าทำไมถึงได้โมเอ้ะและคิระคิระได้ถึงขนาดนี้ คุณโยเธอกุมมือเหมือนเวลาสวดภาวนา มันทำให้รู้สึกเหมือนเธอเป็นเจ้าลัทธิอะไรสักอย่างแล้วตัวฉันเป็นสาวกผู้จงรักภัคดี (หัวเราะ) แค่อินโทรนี่แฟนก็กรีดร้องกันเสียงแหบแล้ว จากที่บอกกับเพื่อนก่อนไปว่าฉันจะไม่กรี๊ด เพราะกรี๊ดแล้วฉันจะน้ำตาไหลทำให้มองเห็นไม่ชัด คุณเพื่อนมันมองหน้าด้วยสายตาเอือมๆแล้วก็บอกว่า “ถุ๊ย! หน้าอย่างมึงเหรอจะทำได้” อืม...เพื่อนกรุให้กำลังใจมาก และก็ทำไม่ได้อย่างมันว่าจริงๆ แค่อินโทรก็แหกปากไปเกินโควต้าแล้ว (หัวเราะ)

พอเสียงอินโทรพูดมาถึงเอ็กซ์ เจแพน..เจแพน..เจแพน......(ซ้ำ) แล้วสักพักเสียงกลองกับกีตาร์ของเพลง Jade ก็เริ่มขึ้น ความรู้สึกตอนนั้นเหรอ...จำไม่ได้แล้ว (หัวเราะ) รู้แต่ว่าอิอุ้มร้องไห้ตลอดทั้งเพลงจนผู้หญิงที่นั่งข้างๆสองคนแอบซุบซิบกันแล้วชี้ๆมาทางอิบ้าที่มันยืนปล่อยน้ำตาไหลพรากๆโดยไม่คิดจะเช็ดออก ตอนนั้นสายตาแทบจะไม่ละไปจากคุณโยเลย แอบคิดได้ว่าควรจะมองคนอื่นบ้างหลังๆ ก็เลยหันไปมองโซ่ตอนโซโล่กีตาร์เล็กน้อย แต่เครื่องเสียงคอนฯรอบนี้บรรลัยมาก เสียงกีตาร์เดี๋ยวดังเดี๋ยวจมหาย ณ จุดนั้นเลยหันไปมองคุณโยต่อ

หลายๆคนที่ร้องไห้ตอนเริ่มคอนฯอาจมีความรู้สึกประมาณว่า..ความฝันเป็นจริงแล้ว อะไรงี้ (เท่าที่เคยอ่านเจอน่ะนะ) แต่เราไม่ได้ร้องไห้เพราะรู้สึกอย่างงั้นหรอก แต่ว่าตั้งแต่เอ็กซ์เจแปนกลับมารวมตัวกันจริงๆจังๆ แล้วมีเพลงใหม่ออกมาเนี่ย Jade เป็นเพลงที่เราชอบที่สุด ชอบมากๆเลยด้วย ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าตัวเองจะมีช่วงเวลาที่แค่ได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบมากๆก็น้ำตาไหลเนี่ย ชักจะเข้าใจอารมณ์แฟนญี่ปุ่นเวลาร้องไห้ตอนฟังเพลงเพราะๆในไลฟ์แล้วล่ะ เพราะจนไม่รู้จะบรรยายยังไงดี เราร้องตามทั้งๆที่น้ำตาไหลไม่หยุดนี่แหล่ะ แต่ท้ายๆเพลงเริ่มตั้งสติได้ว่าต้องทำใจไม่ให้ร้องอีกเพราะ..ร้องไห้แล้วมันมองเห็นไม่ชัดจริงๆนะเว้ยเฮ้ย!!

และแน่นอนเมื่อยืนขึ้นทุกคนแล้วเราก็พบว่า..กำแพงมนุษย์ข้างหน้ามันสูงจริงๆด้วย!! แต่โชคดีที่เรามองเห็นทุกคนยกเว้นฮีธซัง-- -- เพราะอิฉันยืนตรงกับฮีธซังพอดีแล้วผู้ชายคนข้างหน้าก็บังมิด จะได้เห็นก็ต่อเมื่อฮีธซังเดินไปตำแหน่งอื่น (ซึ่งนานๆจะเดินที-*-) กับ ตัวเองต้องชะเง้อไปมองเอง (ซึ่งก็..นานๆจะชะเง้อมองเหมือนกัน ฮ่าๆ) แหม..แค่มองคุณโยกับโซ่สลับกันฉันก็เหนื่อยแล้วค่ะ เลือกไม่ถูก แต่รู้สึกว่าดีเหมือนกันเพราะตั้งแต่เริ่มทำเวิลด์ทัวร์มา อิอุ้มก็ตามดูแฟนแคมของทุกที่ เรียกได้ว่าตะบี้ตะบันดูมาโดยตลอด เพราะงั้นก็เลยรู้ตัวเองว่าเพลงไหนช่วงไหนตัวเองอยากจะดูอะไร มองใคร ดูใครทำอะไร เรียกได้ว่ามันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติไปเลย พอได้ดูคอนฯที่ไทยด้วยตัวเองก็เลยส่องแบบไม่คิดมาก อยากมองตรงไหนก็มอง น่าจะเก็บสิ่งที่ตัวเองอยากจะเห็นเกือบครบแหล่ะ คิดว่านะ..

แล้วคุณโทชิก็สวัสดีแฟนไทยเป็นภาษาไทย กับอื่นๆ..จำไม่ได้ แล้วก็ต่อด้วยเพลงที่สอง Rusty Nail เพลงนี้เครื่องสายทั้งหลายเริ่มออกลีลาท่าทางแล้วสลับที่กันบ้างแล้ว ดีใจได้เห็นฮีธซังซักที แต่โซ่ใจร้ายมาแย่งสายตาฉันไปจากคนอื่นอยู่ดี สรุปเพลงนี้รวมๆก็ส่องคุณโยกับโซ่เหมือนเดิม (ฮา) เพลงนี้โซ่ทั่วถึงมาก มาแร่ดหน้าเวทีฝั่งเรา ไปนัวเนียฮีธซัง แล้วก็วิ่งขึ้นไปเล่นกับคุณโยที่ชั้นบนอีก แอร๊ยยยยยย กรี๊ดเป็นอิบ้าเลยตอนขึ้นไปเล่นกับคุณโย คุณโยก็ยิ้มแล้วกระทืบกลองด้วยความซาดิสต์ๆ (หัวเราะ) ช่างเป็นโมเมนต์ประทับใจเหลือเกิน แต่เราชอบเสียงคุณโทชิเพลงนี้มาก ไม่รู้สิ..มันดังกังวานมากๆอ่ะ จริงๆก็เสียงดีทุกเพลงแหล่ะแต่ฉันก็จับผิดได้หลายเพลงเหมือนกัน แต่เพลงนี้ร้องได้เยี่ยมมาก ><

ผู้ชายคนที่อยู่ข้างหน้าเราเริ่มไม่สนใจถือกระบองไฟอีกต่อไป ฮีวางไว้ที่เก้าอี้แล้วเต้นซะมันส์เลย เห็นแล้วรู้สึกดี เป็นคอนฯที่มีผู้ชายไปดูเยอะมาก และก็ผู้ชายอีกน่ะแหล่ะที่กรีดร้องเรียกคุณโยเยอะมากๆ เรายอมแพ้เลย ฉันเลยหันมาแหกปากกรี๊ดโซ่แทน อริ๊ๆ (จะนอกใจก็บอก! แถได้อีก) ผู้หญิงคนข้างๆเราก็เหมือนกัน แรกๆก็ไม่ค่อยกล้าเต้น ไปๆมาๆก็เต้นอยู่กับเราสองคนอย่างเมามันส์เหมือนกัน  แทบจะเกาะเก้าอี้คนข้างหน้าเฮดแบงกันเลยทีเดียว

แล้วก็มาถึงเพลงที่สาม Silent Jealousy เพลงนี้ที่รอคอย? ก็ไม่ขนาดนั้นเพียงแต่เราอยากดูโซโล่กีตาร์เพลงนี้มาก เริ่มเพลงคุณโยไปรัวเปียโนก่อนจะดีดอินโทรเพลงนี้ แล้วคุณโทชิก็ร้องสดแบบไม่มีดนตรี เสียงสุดยอดมากเลย ลากเสียงยาวได้แบบใจฉันจะขาดT^T บางทีถ้าแฟนร้องตามแล้วเสียงแผ่วไปโปรดอย่าแปลกใจ เพราะคีย์ที่คุณร้องน่ะใช่ว่าทุกคนจะร้องตามได้ตลอดรอดฝั่งนะคะ ท่อนสูงมากๆนี่อย่าได้ส่งไมค์ให้แฟนช่วยร้องเด็ดขาด (หัวเราะ) ตอนคุณโทชิร้องเริ่มเพลง สป็อตไลท์ส่องแต่คุณโทชิคนเดียว ตอนนั้นอิฉันก็แอบคิดในใจถึงข้อดีของสร้อยมาดามที่คุณโทชิใส่ว่ามันก็คิระคิระดีเหมือนกันเนาะ (ณ จุดนั้นเหมือนจะให้อภัยทุกอย่างแล้ว ฮ่าๆๆ)

เพลงนี้คุณโยรัวกลองสะใจอิฉันมากค่ะ เรียกได้ว่าเป็นอีกเพลงที่แทบไม่ได้ละสายตาไปจากคุณโยเลย ถึงตอนนี้เธอจะตีกลองได้ไม่แน่นปึ้กเท่าสมัยยังหนุ่มๆ แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้จริงๆนะ เป็นห่วงก็แต่นิ้วชี้กับคอของเธอ ขึ้นเวทีแล้วสติหลุดทุกที ไม่เคยยั้งตัวเองได้เลยว่าบาดเจ็บอยู่นะ T_T ผู้ชายคนนี้ช่างมีทั้งความเอสและความเอ็มรวมอยู่ในตัวจริงๆค่ะ (รัวกลองเผานรกไปพร้อมรอยยิ้มนางงามอะไรงี้) และพอช่วงโซโล่กีตาร์อิฉันก็เบนสายตาไปหาโซ่ค่ะ เพลงนี้โซโล่กีตาร์ค่อนข้างยาว จำได้ว่าตอนที่โซ่เริ่มโซโล่เพลงนี้เอง ไม่ได้ใช้แบคกิ้งแทร็คของฮิเดะจัง เป็นช่วงทัวร์อเมริกาเหนือ ตอนนั้นโซ่คาบปิ๊กล่ะ โฮกมากกก ว่าง่ายๆไอ้ที่ว่ารอคืออยากดูโซ่คาบปิ๊ก (หัวเราะ) ถึงจะรู้ว่าถ้าโซ่คาบปิ๊กแล้วจะพลาดเล่นไม่ทันไปอย่างต่ำหนึ่งคอร์ดก็เหอะ แต่มันเท่ว่ะ อยากเห็น จริงๆฉันก็หมดหวังไปตั้งนานแล้วแหล่ะเพราะหลังๆโซ่เริ่มชินกับการถือปิ๊กไว้ในมือพร้อมกับการเปลี่ยนนิ้วจิ้มแทนปิ๊กได้แล้ว ว่าง่ายๆคือฮีเลิกคาบปิ๊กเพลงนี้ไปนานแล้ว อด!! และแน่นอน..ที่ไทยก็ไม่คาบ งื่อออT^T ไม่เป็นไร..ถึงยังไงก็ยังประทับใจกับโซโล่กีตาร์อยู่ดี เท่จริงอะไรจริง

ใครจะว่ายังไงก็ช่าง แต่เราดีใจที่โซ่ได้โซโล่เองจริงๆ ไม่ใช้แบคกิ้งแทร็คของฮิเดะจัง เมื่อก่อนลุ้นมากกว่าจะได้โซโล่เองเกือบทุกเพลงอย่างทุกวันนี้ ใช่ว่าเราจะลืมเสียงกีตาร์ของฮิเดะจัง เรายังจำได้แล้วก็ชอบมากกว่าเสียงกีตาร์ของโซ่ด้วย แต่การที่วงตัดสินใจจะก้าวเดินต่อไปโดยมีโซ่ร่วมเดินไปด้วยเนี่ยก็ไม่ควรจะยึดติดกับอดีตให้มากนัก ถึงจะบอกว่าโซ่ไม่ได้มาแทนที่ฮิเดะจัง แต่การใช้แบคกิ้งแทร็คก็เหมือนบีบให้โซ่อยู่ภายใต้เงาของคนที่เปรียบเสมือนพี่ชายของโซ่เอง มันโหดร้ายกับคนปัจจุบันเกินไปนะ เรารู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่เมื่อก่อนเห็นโซ่ได้แค่เล่นกีตาร์คลอไปในขณะที่เปิดแบคกิ้งแทร็คโซโล่ของฮิเดะจัง เพราะอย่างนั้นเราถึงดีใจมากที่ทุกวันนี้โซ่ได้โซโล่เองเกือบทุกเพลงละ ฮิเดะจังก็คือฮิเดะจัง สุงกิโซ่ก็คือสุงิโซ่ เป็นคนละคนกัน เสียงกีตาร์ก็ไม่เหมือนกัน ถ้าโซ่เล่นกีตาร์ให้เป็นฮิเดะจังไม่ได้ก็ให้โซ่ได้เป็นตัวเองดีกว่ามั้ย อยากจะบอกว่าโซโล่บางท่อนฟังดูเสียงเหมือนต้นฉบับเนอะ แต่จริงๆแล้วเล่นกันคนละคอร์ดเลยก็มีนะ ฉันเคยเปิดดูเทียบมาแล้ว (หัวเราะ) เล่นกันคนละคอร์ดแต่ออกมาเป็นเพลงเดียวกัน ^_^

เอาล่ะ...บ่นเรียกดราม่าไปเยอะแล้ว มาต่อๆ ต่อไปเป็นช่วง PATA Guitar Solo จำไม่ได้ว่าโซโล่ก่อนหรือหลัง Drain แต่น่าจะก่อนนะ ช่างเถอะเอาเป็นว่าประทับใจมาก สไตล์การเล่นกีตาร์ของพาตะซังยังเก๋าเหมือนเดิม โซโล่ด้วยท่าทางนิ่งๆแต่เสียงกีตาร์บาดจิตมากฟังแล้วนึกถึงซาวด์กีตาร์ของวงสมัยยังเป็นวงเอ็กซ์อยู่ พอพาตะซังโซโล่เสร็จเรานึกว่าฮีธซังจะมาโซโล่ต่อ แต่เหมือนจะไม่มีนะ..ใช่มะ จำไม่ได้ เป็นเพลง Drain เลย เพลงที่ทำให้คิดถึงฮิเดะจังม๊ากมาก รองจากคุณโยก็มีฮิเดะจังนี่แหล่ะที่แต่งเพลงได้ใจเรา ฮิเดะจังเป็นคนเปิดกว้าง แต่งเพลงหลายแนว ผสมป๊อปกับความทันสมัยนิดๆ เพลงเลยฟังง่าย เพลง Drain เป็นเพลงเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่เอามาฟังปีนี้ก็ยังไม่ตกยุคนะ^^ เพลงนี้เราแหกปากร้องท่อนร้องของฮิเดะจังตลอดเพลงเลย ร้องจนปวดคอ ฮ่าๆ สายตาก็ลวนลามฮีธซังไปหน่อยนึงเพราะฮีธซังไปยืนเล่นที่ของโซ่ จำได้ว่าเพลงนี้เราใส่ใจคุณโทชิกับพาตะซังมากกว่า พาตะซังน่ารักเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ถ้าย้อมสีผมดีๆ โกนหนวดโกนเคราออก พาตะซังจะดูเด็กมว๊ากกกก >__< (แต่อย่างทุกวันนี้เราก็ชอบนะ อิอิ)

พอจบเพลงก็เหมือนจะเป็น Violin Solo ของโซ่